ที่มาภาษา

เลือดฝาด
คือ มีผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล คำว่า ฝาด มาจาก
หมากที่กินกับพลู เวลาผ่าหมากถ้าเนื้อเป็นสีแดงก็จะ
เรียกกันว่า หน้าฝาด ซึ่งนิยมกันว่ากินดี

สวัสดี
มาจากคำว่า"โสตถิ"ภาษาบาลีหรือ"สวัสดิ" ภาษา
สันสกฤต ผู้ที่ริเริ่มใช้ คือ พระยาอุปกิตศิลปสาร ( นิ่ม
กาญจนาชีวะ ) แปลว่า ขอความดีความงามจงมีแก่ท่าน

ขนม
มาจากคำว่า "ข้าวหนม" กับ "ข้าวนม" ข้าวหนมเป็น
ข้าวผสมน้ำอ้อย น้ำตาล คำว่า หนม แปลว่า หวาน =
ข้าวหวาน อาจเพี้ยนเป็น ขนม ส่วน ข้าวนมเป็นข้าว
ผสมนมเช่นข้าวมธุปายาสอาจเพี้ยนเป็นขนมได้
เช่นกัน

เอะอะมะเทิ่ง
"มะเทิ่ง" คือ ตัวละครในวรรณคดี"ราชาธิราช" เขาี่มี
ภรรยาสวย ชื่อ "เม้ยมะนิก" วันหนึ่ง"พระยาน้อย"จะ
แย่งชิงนางไปเป็นชายามะเทิ่งจึงโหวกเหวกโวย
วายเอ็ดตะโรเสียงดัง กลายเป็นที่มาของคำนี้

แผ่สองสลึง
มีที่มาจากเงินเหรียญที่ใช้ตามโรงบ่อน มีไม้ขอยาว
ปลายเป็นห่วงใช้คล้องเงินคนแทง ซึ่ง เหรียญสลึง,
สองสลึงเป็นเหรียญแบนมักติดเสื่อนายบ่อนจึงทุบ
ให้หักงอเพื่อใช้ไม้ขอเกี่ยวง่าย เงินเหรียญสมัยก่อน
มักงอ เมื่อพบเหรียญแผ่แบนแปลกจากเหรียญงอ
จึงพูดกันว่า แผ่สองสลึง ใช้อาการนอนราบหงาย

ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง
อิเหนาถอนหมั้นบุษบาทั้งที่ไม่เคยเห็น ท้าวดาหาพ่อ
ของบุษบาโกรธออกปากว่า หากเจ้าเมืองไหนมาขอ
ก็จะยกให้จนเกิดสงครามแย่งชิง อิเหนาได้รับจ.ม.ให้
ยกทัพช่วย รำพึงถึงนางบุษบาว่าทำให้คนอื่นวุ่นวาย
สุดท้ายก็เข้าตัวเพราะเมื่อเจอนางบุษบาก็หลงรัก

ลำโพง
มาจากชื่อไม้ล้มลุกชนิดหนึ่งมีกลีบดอกบานตรงปลาย
คล้ายแตร ต่อมาใช้เรียกอุปกรณ์ขยายเสียงแบบใช้
ถือในมือเพราะมีลักษณะคล้ายต้นลำโพง และ ใน
ปัจจุบันเรียก โทรโข่ง ส่วน ลำโพงใช้เรียกเครื่อง
ขยายเสียงต่างๆ

เออออห่อหมก
หมายถึง เห็นด้วย ขุนวิจิตรมาตราสันนิษฐานว่ามา
จากประเพณีแต่งงาน ซึ่งเจ้าบ่าวนำขันหมากไปบ้าน
เจ้าสาวในวันสุกดิบของสำคัญอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้
ในขันหมาก คือ ห่อหมกที่แสดงถึงการตกลงร่วมกัน

กาคาบพริก
สมัยโบราณอีกาชอบบินโฉบขโมยอาหารจากบ้านเรือน
ที่ปลูกใกล้แมกไม้ บางครั้งเป็นพริกแดงเวลาที่มันคาบสี
จะตัดกับตัวจนเห็นได้ชัดจึงนำมาใช้เปรียบกับคนผิวคล้ำ
ที่ชอบใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด

คว่ำบาตร
มาจากพิธีคว่ำบาตรพระสงฆ์ที่ พร้อมใจกันงดรับ
บิณฑบาตจากฆราวาสที่ทำให้ศาสนา้เสื่อม แต่
ถ้าฆราวาสผู้นั้นมาขอขมาก็จะทำ พิธีหงายบาตร

ไม่เป็นสับปะรด
มาจากคำว่าสรรพรส แปลว่า  หลากหลายรส ไม่เป็น
สรรพรส คือ  อาหารที่ไม่ค่อยมีรสอะไรเลยทั้ง เปรี้ยว
หวาน มัน เค็ม ต่อมาพูดเพี้ยนกลายเป็น ไม่เป็๋นสับปะรด